Questions and Answers Issue 11

“Questions and Answers, Volume 19”
February 24, 2020
“The Counter Power”
February 24, 2020

Questions and Answers Issue 11

 

Answered by Vipassana Master Acharavadee Wongsakon

(Please find Thai version below)

Maintaining the 5 precepts and practicing Dhamma are what Buddhists should follow. However, if one pays attention only to practicing Dhamma in order to liberate oneself but not focusing on protecting Buddhism how could the religion go on? This question is very interesting.

Question :  Dear highly respected teacher. When Buddhists aim to find a way to end sufferings, freeing themselves from the cycle of rebirth but never pay attention to the importance of protecting Buddhism as seen in a case of the insult of Buddha statue and the name of the religion’s founder who has given the precious way to end the sufferings. Is such a person considered selfish and ungrateful? How to tell them about the importance at this point?

Answer : It is not sinful neither is meritorious as the actions do not support life and liberation. Merit from protecting Buddhism is a great merit originated from gratitude and sacrifice of personal happiness to show the power but if we have never sacrificed or been stuck with the binding noose that we often think it is so important that we are not coming out of it to take any actions. Then, there will be neither merit nor prestige (Barami), without them progress in Dhamma is barely initiated because the person refuses to exchange and give anything even a small effort.

If the children do not protect their parents by allowing others to invade and do whatever they like to their parents, it is equal to given way to them. However, with an unintentional mind be it only being slothful or being taken over by the impurities (Kiles) resulting in becoming a slave of Karma as well as that of the cycle of rebirth’s overwhelmingly. Calling this karma or not, you can figure out the answer yourself. As for the thought thinking other people who do not realize this even, they have a chance to take such an action, why they are still living well. Living well here means well in the worldly way.

In the end, they are unable to escape from the cycle of karma and will be drowned in the cycle of rebirth because they are negligent to their duty not creating merit and Barami in the right way, only shopping around for merit. Thus, they will have to bear as such mentioned result.

 

Life is not always smooth, when encountering any obstacles or problems in which requires a guide. Please take this opportunity to send your questions via an email to“Napalada.Suriyunt@hotmail.com” Your questions will be clarified with the guidance for the way of living with “Consciousness” and “Dhamma”.

Translated by Wichuda Kaiskaew

 

เคล็ดวิธีตีปัญหาฉบับที่ 11

ตอบโดย อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

การรักษาศีล ๕ การออกปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องที่ชาวพุทธควรปฏิบัติ แต่ถ้าให้ความสนใจแต่เพียงเรื่องปฏิบัติธรรมเพื่อพาตนพ้นไป โดยไม่ให้ความสำคัญกับการปกป้องพระพุทธศาสนาเช่นนี้ ศาสนาจะคงอยู่ได้อย่างไร คำถามฉบับนี้น่าสนใจยิ่งนัก

 

กราบเรียนอาจารย์ที่เคารพอย่างสูง การที่ชาวพุทธมุ่งออกแสวงหาทางดับทุกข์ เพื่อให้ตนพ้นไปจากการเวียนว่ายตายเกิด แต่กลับไม่เคยให้ความสำคัญในการออกมาปกป้องพระพุทธศาสนา เมื่อเกิดกรณีการลบหลู่พระรูปและพระนามขององค์พระศาสดา ผู้ซึ่งประทานหนทางดับทุกข์อันประเสริฐ บุคคลเช่นนี้ถือว่าเห็นแก่ตัวและอกตัญญูหรือไม่ และควรบอกกล่าวอย่างไรให้เห็นถึงความสำคัญตรงจุดนี้

ตอบ: ก็ไม่ใช่เป็นบาป เพียงแต่ไม่เกิดเป็นบุญกุศลที่เกื้อหนุนชีวิตและหนุนการหลุดพ้น บุญในการปกป้องพระพุทธศาสนาเป็นมหาบุญ เป็นบุญที่เกิดจากจิตกตัญญูและความเสียสละความสุขส่วนตนมาแสดงพลัง แต่หากเราไม่ยอมสละ หรือติดอยู่กับบ่วงที่เรามักคิดว่าบ่วงที่ผูกเรานั้นสำคัญจนไม่ออกมาทำหน้าที่ บุญย่อมไม่ได้ บารมีก็ไม่มี เมื่อไม่มีทั้งบุญทั้งบารมีความก้าวหน้าในธรรมย่อมเกิดยาก เพราะบุคคลนั้นไม่ยอมแลกและสละอะไรเลย แม้กระทั่งกำลังอันเล็กน้อย

ถ้าบุตรไม่ทำหน้าที่ปกป้องบิดามารดาของตนเอง ปล่อยให้เขาย่ำยีทำอะไรกันตามใจชอบ ก็เท่ากับเปิดทางให้เขาเช่นกัน แต่ด้วยจิตที่ไม่ได้เจตนา เพียงแต่เกียจคร้านหรือถูกกิเลสครอบมาก ผลที่ได้ก็คือการตกเป็นทาสวิบากกรรมและทาสวัฏสงสารอยู่เช่นนี้แบบโงหัวไม่ได้ เรียกว่ากรรมหรือไม่ ก็คิดต่อเอาเอง ส่วนการจะคิดว่าคนอื่นที่เขาไม่รู้ ไม่ได้มีโอกาสทำเช่นนี้ ทำไมเขายังอยู่ได้ดี คำว่าอยู่ได้ดีของเขาก็คือ ดีในแบบของโลกียะ

ท้ายที่สุด ก็หนีไม่พ้นวงจรกรรมและจมอยู่ในวัฏสงสาร นั่นก็เพราะมีหน้าที่แล้วละเลยหน้าที่ของตน ไม่สร้างบุญบารมีในทางที่ถูกที่ควร มีแต่ตระเวนซื้อบุญ ก็ต้องได้รับผลเช่นนั้นเอง

 

ชีวิตคนเราไม่ราบเรียบเสมอไป ยามพบเจออุปสรรคหรือปัญหาใด ๆ ที่ต้องการผู้ชี้ทาง ขอท่านจงใช้โอกาสนี้ ส่งคำถามของท่านมาที่อีเมล Napalada.Suriyunt@hotmail.com คำถามของท่านจะได้รับความกระจ่างเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตด้วย “สติ” และ “ธรรม”

 

The Buddhist News

FREE
VIEW