„Der Weg zur Befreiung“

Techo Vipassana mediation center Thailand
September 17, 2019
Dhamma questions and answers by Master Acharavadee Wongsakon
October 2, 2019

„Der Weg zur Befreiung“

en flag
da flag
nl flag
zh flag
fi flag
fr flag
de flag

Von Meister Acharavadee Wongsakon (siehe Thai unten) Die einzigartige Einheit von Körper und Geist Leben ist die Einheit der physischen und der spirituellen Wesen; aber der Geist ist auch ein formloses Kontinuum, das eine separate Entität vom Körper ist. Wenn der Körper beim Tod zerfällt, hört der Geist nicht auf. Unser Geist wird durch das daraus resultierende Karma (Ursache und Wirkung) der vergangenen Handlungen nach einem neuen Körper und einem neuen Leben suchen. Dieser „Karma-Code“ wird bestimmen, wo sie aufgrund der Vergangenheit und der Anhäufung positiver und negativer Handlungen geboren werden. Vipassana-Meditation: Der Weg zur Befreiung finde ich, dass Techovipassana-Meditation die wahre Abkürzung und direkte Weg zum Weg der Befreiung ist. Indem wir aufmerksam sitzen, nutzt die Techovipassana Meditation das Feuerelement in unserem Körper, um geistige Formation direkt zu verbrennen, bedingt durch frühere Taten, die tief in unserem Geist sitzen. Dies trainiert unseren Geist, mit geistigen Verunreinigungen und Zielen zu konfrontieren, um Leiden zu zerstören und endlich die ultimative Wahrheit zu erreichen. Einige Buddhisten beten gerne, nur um vom mentalen Training wegzukommen. Gebetssitzungen beruhigen den Geist nur in Richtung Konzentrationsentwicklung (Samatha-Meditation). Dies unterdrückt jedoch nur vorübergehend die Verunreinigungen durch die Stille von Jhāna ohne wahre Weisheit oder klares Verständnis (paññā), um Leiden zu beenden. Während der Meditation werden diejenigen, die viele verabscheuungswürdige Taten getan haben, körperlich mehr leiden. Um diese harten Empfindungen zu vermeiden, ist wie zu versuchen, dem Unvermeidlichen zu entgehen (Karmische Vergeltung). Wer unangenehme Empfindungen durch Vipassana-Meditation vermeidet, kann nicht erfolgreich sein.

„จิตที่ทำห้มาเกิย“

อาจารย์อัจ์ราวดะวง์สก์สก์

„จิตคือกาย กายคือจิย“ คือจิเวจ้ไม่แจ้งนความหมาย ว่าเปได้อย่างได้อย่างไได้อยครั้งที่มี่มามข้าพเจาพ้าว่า จิตอยบ่ที่ไหน? อยจ่ที่หัวจาที่กระหม่อน หรือระหว่างคิ้ง าพเจ้าตอบว่า „อยบว่ทุกที่มี่มีความรั้สเเท้ากระบนการีวีวเนกรีนกากรีนกรากากรีเนกรีีีีวีีีีนกานกานกานกรีเนกานกรีเนกานกเทีหม่อมกเปที่ตั้งของจิกส่วนร่างกายคือจิตทั้งสิ้น เพราะจิตังายอยอยค่นกาย ทุกส่วนร่างกางกายกายกายอยวนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนที่ตั้งของจิดังนั้น จิตกับกายจงเป์นส่วนเดียวกัน มีความเกี่ยวเนื่องกันหมี่ยวเนื่องกันหมี

เมื่อจิเมีอำนาจสั่งกายนห้ทำงาน คือนห้คิวยจิท์ที่งดงการกระที่งด้วยจิเด้วยปรากแสดงรากสดงรอยจ่นานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนายด้วย และพอกายเสื่อมส่อมส่าพไปจนกระทั่งตายไปนที่สุบ ตต้องมอกจากากกาย ลของการกระที่ังอยานนนีีีทีทีีีีีีีีทีีีีีีีีีทีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีทีีีีีีทีทีทีีีทีเรียกว่า เรียกว่า ังอยจ่นจิตส่วนสังขาเนั้นกลายเปรหัสกรรมที่เปนเครื่องชี้นำว่า จิตดวงนีทางเดา นต่อไปอย่างไี? ไปจุติตินเนด้วยสิ่งที่งที่งแklamare งอยบ่นจิตสังขาเปนเขาเปจาไปจุตินตินตินี การปัตเตสชวิปัสสชวิปัสสชวิสสสสวิีีีีีีีสสสสสสสีีีีีีีีีีีีีีีีีีีสสสสนานาห้ง แรงและหลุดพ้นอย่างรวดเรวเพราะตีตรงมาที่การชำระกองสังสังขารอย่างไม่อมค้อมค้อน พระของพระพีทีทีทีทีทีทีทีทีองค์ที่ทรงตรัสวันวันตรัสรัสรูกทรงตรัสว่า „จิตของเรากสังขารการปรุงแต่งแล้้ง“ เมื่อไมมีสังขารการปรุรปรปรปรปรปรปรุแต่งมาที่ งเปที่อยร่อยจ่อาาเยของกิเลสังอยจ่ กม่มีเชื้อดที่ที่ที่ทำห้มี่ พชาติอีังนั้น ด้วยหลักาที่เเมพ่งดิดิดิดิดิดิดิรีาเดิรีเดิรีาเดิรีานรีีานดินดินดินดินนนนนดินนนนนนาที่กายเพื่อเเวลากิเลง จงเปนการเเวลาสังขารัห้สิ้นไปตามลำดับขั้น จงทำห้พ้นทุกข์และมุ่งสางนอย่างางนยาาารวดเรีความอ่อนโยน ตารากิดแก่ทั้งกับกายและกับจิคือทั้งกายแลปร่งสบาย แลปร่งสบาย และจิตเกิดมีความอนมยยน ตาาาน ตน ตานยน ตานยน ตานยน ตานยน ตน ตานนยน ตานยน มาน างที่ไม่เคยเข้างที่ไม่เคยเข้างมาก่อน นั่นกเกเละความหยาบกระด้างจากอำนากอำนาจกิเลี้าพเจ้าพเจ้านางยืนยันว่า การเพ่งดบจิตแล้วเวเวลาประหารกิเลสนี่คือทางทั้งทั้งลัน พระพุทองค์สอนไว้นสติปัเานสาาาาาาาาาาาาาาว่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาเเเเเเเเเเเตาปทีสัมปชาโเมา คือมีความเพียรเวากิเลา ตโชวิปัสสนานี่เวาจริง เวานระดับปรมับปรมับบจิตที่มหัรยรยยรยย์ เกินบรรยาย เปรรมที่ต้องค้นลงมาที่จิตจริง จินตนาการไม่ได้เลย เวลาเวลาเย์ที่สมกรมมมามามารมกากรากากรีขีีขีขีขีขีขีขีขีขีขีขีขีขีีีขีเเเเขีนทางกายเปเวทนเวทนาหรือมีความเจบปวดที่รุนแรง เช่น ป้ทำกรรมกับุพการีมามามามารีมาเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเววววววววววววล กรรมปรากที่กลางกระดบกสันหลัง ที่กรรมังอยบ่ตรงนี้กเพราเพรากระดบกสันหลังเปนแกนชีวิกรมนิดนี้หามยังไไไงไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน่แก้ไพอตายไปแล้วดิ่งสเมานเดียย ส่วนไม่มีความเความเจาบาบาปเตามาีความเความเจบวดรงตามรงตายาร่างายเลย จะมีเพียงความเมื่อยล้าตามลักะกายสังขารเท่านั้น ข้าพเจ้าจเจ้าจงสอนิย์เสมอว่า เวลาวนาแล้วมีเวทนารนารนารารารารารารารารารารารารารารารารารารารารารารารารานานาราแรง อย่าท้องอย ห้รบ้ว่า ดีแล้วที่เราได้มีโอกาสแก้ไขตัวเอง และอย่าคิดว่า ที่เวทนารุนแรงเพราั่งนานแล้วจวจวววววจววววววววววววจวววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววแต่ทำไมเวลานั่งดบหนังสามชั่วโมงรวดจงไม่ปวี นั่นกเพราะเวลาดบหนัง จิตมันปรุง แต่พอปิบัติาวนา จิตดิ่งงงงงงงงงาวนาวนาาวนาวนาาาวนา งไปดบความจริงที่งนสังขาวนสังขาวนาที่พยายามหนีเวทนา จาความเจริวทนาที่พยายามหนีเวทนา จาความเจริหาวววววาวาวาวาววววาววววาวานะหลางแจ้าวลา ามิได้เลย เพราะการหนี์าวนา คือการหนีกรรมนั่นเอง กรรรีอทุกข์ มีไว้าห้าห้เวชิต่วพชาตมีห้ห้หนั้น ต้น ตน ต้น ตน ตน ตน ตน ตน องตั้งหลัการรมแท้องคนจนหยดสุดท้าย นี่แหลา คื่รมแท้ของคนจริง สืบเนื่องจากการที่กรมนังไว้านสังขานสังขังขนสังขงขนสังขนสังขานสังขานสังขานสังขนสังขงของขนสังของของขจากาการหยั่งรบ้ลง กลงไปนชั้นสังขารด้วยการเพ่งดจิตจริงดจริง์ ทำห้าพเจ้าได้เข้าได้เข้าจกระจ่างที่ ไปของชีวิตหลังความตายว่า เปูนอย่างไทีวิตหลังคาการรบ้จาการวนาไม่นาไม่ช่จากตำรา

%d bloggers like this:
The Buddhist News

FREE
VIEW