Answers for everyday life Volume 25

Answers for everyday life Volume 25

by Master Acharavadee Wongsakon

(Please find Thai version below)

Question: I don’t want to work for the family business anymore because I want to retire and do what I’d like to such as taking a course, traveling and so on. However, there will be no one to help with the business, and it will be like this forever because every business has this problem. What should I do? Staying makes me miserable but leaving makes me feel guilty.

Answer: Gratitude is a character of a good person. To show gratitude is a must, but if you stay, you become unhappy deep inside. This results in the lack of Iddhi-pada 4 (Basis for Success) in work. First you don’t have Chanda, which is the will to do the work, leading to the lack of Viriya (perseverance), then Citta or reflections/ reviews of the work, and finally Vimamsa, the investigation on the outcome.

So the best solution is to walk in the middle path. That is to help your family business with dedication to show gratitude and at the same time hire someone and teach that person to do your job. When you see that you can trust him, you can leave and do what you really want. Everything starts with understanding. Try to explain to your family with good reasons, and the problem will be solved. You will then have a chance to fulfill your life goals.

No matter it is a small or big business, if you use the concept of Iddhipada 4, prosperity in life can be guaranteed. Along with good management of people to have someone you can trust, your business will grow sustainably.

 

Question: I would like to know more about the word “love destiny” from the Bhuddist viewpoint. And how can I advice my friends who follow this famous TV drama of the same name about emotional addiction?

Answer: Love destiny (Buppesannivas in Thai) by the definition of Dhamma is referred to soulmates who have supported and did good things for each other for several lifetimes. When they die from one life, their souls are connected to each other or they made a wish to be together again. This is opposite to another kind of soulmates who are bound by mutual hatred and deep grudges. The more they hate each other, the more they will be close to each other because of the energy they radiate. There are many couples of this type as you can see them in a big fight leading to violence or divorce. This is not Buppesannivas.

To give advice to the drama addicts in terms of Dhamma, you should advise on a good side that is when you love someone you should do good things for each other. This meritorious energy will help you become a meritorious couple just like Princess Bhimpa who has been the Buddha’s soulmate in every birth. But you shouldn’t make a wish that will attach yourself with the cycle of rebirth. This will make it hard for you to attain spiritual liberation.

 

Question: Dear Master, is it too late to observe the Five Precepts now, since I’ve committed many sins in the past?

Answer: I seriously stopped committing sins when I was 30 years old. After practicing Vipassana meditation, my moral conscience has strengthened. Before I didn’t see the importance of the Five Precepts. That led to accumulation of sins. When it comes to moral conscience, it’s never too late. Some people even had it just before they died like Devadatta who realized his wrongdoing to Buddha at the moment of his death. There was still a merit in that although he would have to pay for it in hell for eons. The difference is whoever realizes the wrongdoing first will be able to quit committing sins to oneself and others earlier than others.

 

Question: Dear Master, is having foods containing alcohol such as sake or wine as ingredients a violation of the Five Precepts?

 

Answer: We need to see the cook’s intention. If the intention is to enhance the flavor so that the customer enjoys the meal more, and you still eat it despite the intention, it’s a breach of precept. But if it’s for other purposes such as sterilization or disinfection, it’s alright to have a little bit of it. I used to like rum raisin ice cream very much because of its taste, but once I started observing the Five Precepts, I stopped eating it knowing the reason of adding rum is to distinguish the flavor and make it pleasurable. There was no use wasting my time to find any good reason except to fulfill my craving. So I just quit. It took a real resoluteness to nip off this addiction to the taste that’s at risk of precept violation.

 

If you have any worries that need to be answered as a guidance toward the good path in your life. Please send us your questions to this

E-mail: napalada.suriyunt@hotmail.com

I committed many sins in the past, is it too late to observe the Five Precepts?

When it comes to moral conscience, it’s never too late. Some people even had it just before they died like Devadatta who realized his wrongdoing to Buddha at the moment of his death. There was still a merit in that although he would have to pay for it in hell first for eons.The difference is whoever realizes the wrongdoing first will be able to quit committing sins to oneself and others earlier than others.

Master Acharavadee Wongsakon

Tranlators: Kittitouch Tavichaiyuth, Napassakorn Oveerawong

 

เคล็ดวิธีตีปัญหา ฉบับที่ ๒๕

ตอบโดย อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

กราบเรียน อาจารย์ที่เคารพ ถ้าเราไม่อยากทำธุรกิจครอบครัว อยากเกษียณไปทำสิ่งที่อยากทำ เช่น เข้าคอร์สอบรมสัมมนา เที่ยว ฯลฯ แต่ธุรกิจครอบครัวก็ขาดคนทำงาน ซึ่งก็คงจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป เพราะทุกธุรกิจก็มีปัญหาขาดแคลนแรงงาน เราควรทำอย่างไร อยู่ก็ไม่มีสุข ไปก็รู้สึกผิด

 

ตอบ ความกตัญญูกตเวที คือคุณสมบัติของคนดี การตอบแทนบุญคุณเป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่เมื่อทำแล้วในใจลึก ๆ หาความสุขไม่ได้ จึงทำให้ขาดอิทธิบาท ๔ ในการทำงาน คือ ไม่มีฉันทะ ความรักที่จะทำ ก็นำไปสู่การขาดวิริยะ และไม่มีจิตตะคือการทบทวน และขาดวิมังสาคือการไตร่ตรองในกิจการงาน เพราะใจมันดิ้น ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือ ให้ยึดทางสายกลาง คือช่วยกิจการทางบ้านแบบมีระยะเวลาด้วยความทุ่มเท เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที ขณะเดียวกันก็หาทางว่าจ้างคนนอกมาสอนงาน ให้เขาสามารถทำงานนั้นต่อไปได้ จนเมื่อเห็นว่าผู้ที่จะว่าจ้างนั้นมีความไว้วางใจได้ จึงไปเริ่มต้นหาทางของตัวเอง ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยความเข้าใจ หากอธิบายแก่ครอบครัวดี ๆ ก็จะแก้ปัญหาได้ ตัวเราก็จะได้มีโอกาสทำในสิ่งที่มุ่งหวังในอนาคตเช่นกัน

ไม่ว่ากิจการงานจะเล็กหรือใหญ่ เมื่อนำหลักอิทธิบาท ๔ มาใช้ ย่อมเกิดความรุ่งเรืองได้ ผสานกับการรู้จักการบริหารจัดการให้ดี โดยหลักสำคัญคือการบริหารคน มีผู้ที่ไว้วางใจได้ กิจการจึงจะเติบโตอย่างยั่งยืน

 

กราบเรียน อาจารย์ที่เคารพ กระผมมีความประสงค์ขอความรู้เกี่ยวกับคำว่า “บุพเพสันนิวาส” ในทางธรรมเป็นเช่นไรครับ และควรแนะนำคนใกล้ชิดผู้ติดตามละครดังในปัจจุบันอย่างไรในเรื่องของนันทิ

ตอบ บุพเพสันนิวาส ในทางธรรมคือคู่บุญ ที่มีสังขารฝั่งกุศลเป็นกัลยาณมิตร คือปรารถนาและทำแต่สิ่งดีงามให้กันมาเนิ่นนานหลายภพชาติ เมื่อตายจากภพหนึ่งไปแล้วก็มีจิตผูกพัน หรือตั้งจิตอธิษฐานขอเป็นคูรักคู่บุญร่วมภพชาติกันอีก ต่างจากคู่เวรคู่กรรม บางคู่ครองก็เป็นคู่อาฆาตพยาบาทกันมา คือเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมา ยิ่งเกลียดกันมากเท่าไร พลังตกกระทบก็สะท้อนแรงทำให้มาเกิดใกล้ชิดกันมากขึ้นเท่านั้น คู่แบบนี้ก็มีเยอะ เราจึงเห็นการทุบตี ทะเลาะรุนแรง และการหย่าร้างแบบไม่เผาผีกันหลังจากแต่งงาน แบบนี้ก็ไม่ใช่บุพเพสันนิวาส

การจะแนะนำผู้ติดตามละครในเชิงธรรมะ ก็แนะนำในส่วนที่ดี คือเมื่อรักใครให้ทำดีตอกัน กระแสบุญก็จะหนุนนำให้ได้มาเจอกันอีก มาเป็นคู่บุญหนุนนำเหมือนพระนางพิมพาที่เป็นคู่บุญต่อพระพุทธเจ้ามาทุกภพชาติ โดยไม่ต้องไปอธิษฐานผูกภพผูกชาติเอาไว้ เพราะการอธิษฐานผูกภพชาติจะทำให้จิตหลุดพ้นได้ยาก เพราะมีคำอธิษฐานจองภพให้ตามมาเกิดถ่วงเอาไว้

 

กราบเรียน อาจารย์ที่เคารพ แต่ก่อนข้าพเจ้าเคยทำบาปมามากค่ะอาจารย์ ถ้าจะกลับใจรักษาศีล ๕ ยังจะทันอยู่ไหมคะ?

ตอบ อาจารย์ก็เพิ่งหยุดทำบาปจริงจังตอนอายุ ๓๐ ปี คือเมื่อเริ่มต้นปฏิบัติภาวนาแล้ว จิตสำนึกที่ดีงามจึงเข้มแข็งขึ้นมา ก่อนนั้นก็ไม่เห็นคุณค่าของการรักษาศีล ก็ทำให้พอกพูนบาปกรรมไปเรื่อย ๆ ขึ้นชื่อว่าจิตสำนึกที่ดีงาม จะรำลึกขึ้นมาได้เมื่อไรก็ไม่มีคำว่าสายไป บางคนมารำลึกเอาก่อนตายเหมือนพระเทวทัต ก็ยังทำให้ได้มีโอกาสรับผลบุญจากการสำนึกนั้น แม้จะต้องไปชดใช้กรรมชั่วอนันตกาลก็ตาม ความต่างก็คือ ใครสำนึกได้เร็วกว่ากัน คนนั้นก็หยุดก่อกรรมทำเข็ญแก่ผู้อื่นและแก่ตนเอง ได้เร็วขึ้นเท่านั้น

 

กราบเรียน อาจารย์ที่เคารพ การรับประทานอาหารต่างชาติ เช่น อาหารยุโรป อาหารจีน ที่มีเหล้าสาเก เหล้าจีน ไวน์ มาเป็นเครื่องปรุงอาหาร ถือว่าผิดศีลหรือไม่เจ้าคะ

ตอบ การรับประทานอาหารมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ต้องดูเจตนาของผู้ปรุงว่าเขาใส่ไปเพื่ออะไร หากเพื่อให้ผู้รับประทานมีความเพลิดเพลินกับรสชาติ แล้วเรารู้ทั้งรู้แล้วยังกิน ก็ถือว่าผิดศีล แต่หากเป็นเจตนาอื่น เช่นเพื่อฆ่าเชื้อโรค รับประทานเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร เมื่อก่อนอาจารย์ชอบรับประทานไอศกรีมลูกเกดมาก เพราะว่าอร่อย แต่พอรักษาศีลแล้วก็ละขาด เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาใส่ไปให้รสชาติมันแปลกแตกต่าง ๆ ให้เกิดความติดใจในรส ไม่ต้องไปเสียเวลาถามคุณประโยชน์อะไรก็ไม่ได้นอกจากได้สนองความอยากของตัวเอง ก็เลยละเด็ดขาด นี่ก็ต้องใจเด็ดนะ เด็ดความติดใจในรสชาติที่หมิ่นเหม่ต่อการผิดศีล

หากผู้อ่านมีความคับข้องใจในชีวิตที่นำความทุกข์มาให้ และต้องการคำตอบเพื่อเป็นแนวทางให้ชีวิตเดินอยู่ในครรลองแห่งความถูกต้องดีงาม โปรดส่งคำถามของท่านมาที่อีเมล napalada.suriyunt@hotmail.com

 

Leave a Reply

%d bloggers like this:
The Buddhist News

FREE
VIEW