Climate change is Dhamma indeed.

Climate change is Dhamma indeed.

(Please find Thai version below)

For the followers of this page focusing on Dhamma, please do not think that I will stop writing about Dhamma and focus on other important issues.

Actually, Dhamma is nature, justice and suitability. Humans are a part of nature and one of creatures living in this world. Climate change catastrophe is occurring now, not in 2,500 years ago when Buddha founded Buddhism. Hence, there is no teaching about global warming. However, Buddha taught human to have gratitude to nature.

Today, climate change has reached this level at our own hands. We human have created innovative technology making life more comfortable. We live our lives against nature and never consider another side effect occurring to global energy as we have developed foreign wave to cover the world.

The Internet and the accumulation of digital data are crucial accelerators that drive climate change to crisis level.

Energy is as blood vessels of every being in this world since the world is energy current.

We all can feel the heat when using smartphone or computer for long time with no need of any prove from scientific research.

We turn on smartphones and online 24/7. In the fine level of energy, the wave traveling across the world in short time is the same electromagnetic wave as microwave. It creates vibration in the molecules of large amount of water in the air. Therefore, the weather increasingly heats up as oven like never before. The microwave is the same wave used in cooking. However, it is used for communication because its speed and strong.

How couldn’t it affect the molecules of liquid in the air?

So the ice is melting and the world is hot like oven.

Climate change and the increasing hot weather are just the beginning.

Catastrophic disasters are going to take revenge on arrogant humans who do not realize what they have done to their own blood vessels, which is the energy.

We need to continue to reduce carbon dioxide emission and plastic use. However, it is not enough to fight with global warming if we don’t realize the danger of Internet use of 4.7 billion people and the accumulation of digital data.

Please help relieve global warming by reduce the Internet use.

Delete useless digital data and organize your data.

Delete junk and expired emails, selfie pictures that you do not want it anymore.

Promote green life, plant trees and forest.

Since we are living in the house where its rooftop is on fire, how can we sleep?

Master Acharawadee Wongsakon

24 June 2019

(Quotes in picture)

Those who practice Buddha’s teachings have to join hands to help tackle global warming crisis.

The world is being burned at our own hands.

Do not be asleep and avoid the truth.

Because Dhamma means the truth, not just the teaching of Buddha.

Translator: Wisuwat Sutthakorn

Photo: Shutterstock

“ภาวะโลกร้อน นี่เรื่องธรรมแท้ ๆ”

สำหรับผู้ที่ติดตามเพจนี้ ซึ่งน้ำหนักของเพจเน้นไปในด้านธรรมะ อย่าเพิ่งคิดว่าอาจารย์กำลังจะเลิกเขียนธรรมะ แล้วหันไปให้ความสำคัญกับงานด้านอื่น ๆ

ที่จริงแล้ว ธรรมะ คือ ธรรมชาติ คือความถูกต้องและเหมาะสม มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยโลกนี้อยู่ ภัยพิบัติภาวะโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นกับโลก ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปี ก่อนที่พระพุทธองค์ทรงประกาศพระศาสนา จึงไม่มีคำสอนว่าด้วยเรื่องภาวะโลกร้อน

แต่ทรงสอนให้มนุษย์มีจิตสำนึกรู้คุณของธรรมชาติ

วันนี้โลกกำลังเข้าสู่เขตมหันตภัยโลกร้อนด้วยน้ำมือของมนุษย์เอง ที่คิดว่าตนสามารถพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ ขึ้นมามากมาย จนชีวิตแสนสะดวกสบายและล้ำสมัย มนุษย์ใช้ชีวิตสวนทางกับธรรมชาติ ไม่คำนึงถึงผลกระทบอีกด้านนึงที่กำลังเกิดขึ้นกับกระแสพลังงานของโลก เพราะเราสร้างคลื่นต่าง ๆ ขึ้นมาล้อมโลก

คลื่นอินเทอร์เน็ตและดิจิทัลดาต้ากำลังเป็นตัวการสำคัญที่เร่งภาวะโลกร้อนให้เข้าสู่ภาวะวิกฤต

กระแสพลังงานนี่คือ เปรียบดังเส้นเลือดของทุกสรรพสิ่งในโลกเพราะโลกทั้งใบคือกระแสพลังงาน

ตอนใช้โทรศัพท์มือถือนาน ๆ ก็เห็นชัด ๆ ว่าเครื่องร้อน ใช้คอมพิวเตอร์นาน ๆ เครื่องก็ร้อน นี่คือสิ่งที่สัมผัสได้ชัด ๆ ไม่ต้องรองานวิจัย สมาร์ตโฟนนี้ใช้กันแทบทั้งวันทั้งคืน ไลน์กันทั้งวัน เปิดอินเทอร์เน็ตออนไลน์กันตลอด

ในระดับละเอียด คลื่นต่าง ๆ ที่ส่งต่อข้ามโลกได้ในชั่วพริบตา เป็นคลื่นที่เดินทางด้วยคลื่นไมโครเวฟ ที่ส่งผลกระทบต่อโมเลกุลของน้ำในอากาศ เกิดการเสียดสีของน้ำปริมาณมหาศาล โลกจึงร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นการร้อนอบอ้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

คลื่นไมโครเวฟนี้คือคลื่นเดียวกับที่ใช้หุงต้มอาหาร

แต่กลับถูกนำมาใช้ในการสื่อสาร เพราะมันเร็ว และแรง !

แล้วจะไม่ส่งผลกระทบต่อน้ำในอากาศได้อย่างไร

น้ำแข็งจึงละลาย โลกจึงร้อนเป็นเตาอบ

ภาวะอากาศแปรปรวน ความร้อนทวีคูณที่กำลังเกิดนี้แค่เริ่มต้นเท่านั้น ภัยพิบัติกำลังก่อตัวกันเอาคืนมนุษย์ผู้โอหัง ผู้ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรลงไปกับเส้นเลือด

คือ กระแสพลังงานของตัวเอง

การลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์​ และลดใช้พลาสติก ยังต้องทำ แต่มีพลังไม่พอกับปัญหาโลกร้อนที่เกิดขึ้น ตราบใดที่โลกยังไม่ตระหนักถึงภัยที่เกิดจากคน 4.7 พันล้านคนใช้อินเทอร์เน็ต และการสะสมตัวของดิจิทัล ดาต้า

ช่วยกันกอบกู้ภาวะโลกร้อน ด้วยการลดการใช้อินเทอร์เน็ต ลดดิจิทัลดาต้าที่ไร้ประโยชน์ จัดระเบียบดิจิทัลดาต้าของตนเอง ทั้งส่วนตัว ลบอีเมลขยะและอีเมลหมดอายุทุกประเภท ลบภาพเซลฟี่ที่ไม่เคยคิดจะดู ลบ ๆ ๆ ๆ ๆ ข้อมูลที่สะสมไว้ทุกหนทุกแห่ง

เพิ่มชีวิตกรีนไลฟ์ ปลูกต้นไม้ ปลูกป่า เหล่านี้ ช่วยลดโลกร้อนได้

เรากำลังอยู่ในบ้านที่หลังคากำลังติดไฟ

เราจะหลับใหลอยู่ได้อย่างไรกัน

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

24 มิถุนายน 2019

Comments are closed.

%d bloggers like this:
The Buddhist News

FREE
VIEW